โซลูชันกระจกกันไฟที่ได้รับการรับรองในกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของอาคารสูง

ในเขตเมืองที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ ซึ่งอาคารสูงและโครงการพาณิชย์มีความโดดเด่น การเลือกใช้ระบบกระจกกันไฟจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่เพียงแต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังต้องสอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดอีกด้วย พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และ กฎกระทรวงฉบับที่ 55 ของประเทศไทยกำหนดให้พื้นที่หนีไฟและปล่องบันไดหนีไฟในอาคารสูงต้องติดตั้งวัสดุที่สามารถทนไฟได้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปคือ 60 ถึง 120 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้อาคารสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัย

Antifires นำเสนอโซลูชันกระจกกันไฟที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน BS 476 Part 22 และ EN 1634-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบการทนไฟที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ระบบกระจกของ Antifires ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้าน Integrity (E) หรือความสามารถในการป้องกันเปลวไฟและก๊าซร้อน และ Insulation (I) หรือความสามารถในการป้องกันการถ่ายเทความร้อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแบ่งเขตพื้นที่ปลอดภัยในอาคาร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามข้อกำหนดเหล่านี้ โปรดดูรายละเอียดที่ กระจกกันไฟระดับ EI 60 สำหรับประตู หน้าต่าง และฉากกั้น ของเรา

การเลือกใช้ระบบกระจกกันไฟที่ถูกต้องในกรุงเทพฯ จึงไม่ใช่แค่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีใบรับรองเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้โครงการก่อสร้างทุกประเภทสามารถผ่านการตรวจรับจากหน่วยงานท้องถิ่นได้อย่างราบรื่น

การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารกรุงเทพฯ สำหรับระบบกระจกกันไฟ

ระบบกระจกกันไฟที่ใช้ในโครงการกรุงเทพฯ จำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้อาคารสูงต้องมีวัสดุที่ทนไฟได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในเส้นทางหนีไฟและพื้นที่เสี่ยงภัย มาตรฐานการทดสอบที่ Antifires ใช้อ้างอิง เช่น BS 476 Part 22 และ EN 1634-1 ได้รับการยอมรับจากวิศวกรและหน่วยงานตรวจสอบอาคารในประเทศไทยว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่เชื่อถือได้

การเลือกใช้ระบบกระจกกันไฟที่ถูกต้องต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้:

  • ระยะเวลาการทนไฟ: อาคารสูงในกรุงเทพฯ มักต้องการการทนไฟระดับ 60 นาที (E60) สำหรับพื้นที่ทั่วไป และ 90 ถึง 120 นาที (E120) สำหรับปล่องบันไดหนีไฟหรือพื้นที่เก็บของเสี่ยงภัย
  • ประเภทของระบบ: ระบบกระจกกันไฟมีทั้งแบบ Integrity Only (E) ซึ่งป้องกันเปลวไฟและก๊าซร้อน และแบบ Integrity + Insulation (EI) ซึ่งเพิ่มความสามารถในการป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่ผ่านไปยังอีกด้านหนึ่ง
  • การติดตั้งกับโครงสร้าง: การใช้โครงเหล็ก G.M.S. hollow steel sections ร่วมกับ ฉนวนเซรามิกไฟเบอร์ (Ceramic wool) ความหนาแน่น 210 kg/m³ และ ซีลกันไฟชนิดพองตัว (Intumescent fire seal) ขนาด 20mm x 4mm เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Antifires มีโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบกระจกชั้นเดียวสำหรับประตู ไปจนถึงระบบกระจกหลายชั้นสำหรับผนังและฉากกั้นขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลและพร้อมรองรับการใช้งานในโครงการพาณิชย์ของกรุงเทพฯ

การเลือกระดับ Integrity และ Insulation ของกระจกกันไฟสำหรับสภาพอากาศชื้นในกรุงเทพฯ

สภาพอากาศแบบร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 35°C และความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% เป็นปัจจัยท้าทายต่อประสิทธิภาพของกระจกกันไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ความเครียดจากความร้อน (Thermal Stress) และการเกิด หยดน้ำ (Condensation) บนพื้นผิวกระจก ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นและความทนทานของระบบในระยะยาว

การเลือกระดับ Integrity (E) และ Insulation (I) ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ:

ระดับการทนไฟคุณสมบัติหลักการประยุกต์ใช้ในกรุงเทพฯ
EI 30กันไฟและกันความร้อน 30 นาทีฉากกั้นภายในสำนักงาน พื้นที่พักอาศัยขนาดเล็ก
EI 60กันไฟและกันความร้อน 60 นาทีทางเดินในโรงแรม ฉากกั้นระหว่างห้องชุด และพื้นที่ส่วนกลาง
EI 120กันไฟและกันความร้อน 120 นาทีปล่องบันไดหนีไฟ ผนังห้องเครื่อง ระบบป้องกันอัคคีภัยหลัก

Antifires นำเสนอผลิตภัณฑ์กระจกนิรภัยหลายชั้น เช่น กระจก FPOS 21 มม. และ กระจกประสิทธิภาพสูง 50/54 มม. ซึ่งมีค่าการนำความร้อนต่ำ (Low U-value) และออกแบบมาเพื่อทนทานต่อสภาวะอากาศชื้นของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ กระจกของ Antifires ยังผ่านการทดสอบการกันความร้อน (Insulation) โดยมีอุณหภูมิด้านที่ไม่โดนไฟเพิ่มขึ้นไม่เกิน 140°C โดยเฉลี่ย ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ความต้องการทางวิศวกรรมฉากกั้นไฟสำหรับโครงการมิกซ์ยูสและโรงแรมในกรุงเทพฯ

โครงการมิกซ์ยูสบนถนนสุขุมวิทและโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยามักมีข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การแบ่งเขตกันไฟ (Fire Compartmentation) ระหว่างห้องพัก ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง ระบบฉากกั้นไฟในโครงการเหล่านี้ต้องสามารถทนต่อแรงดันลบหรือบวกที่เกิดขึ้นระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งอาจสูงถึง 2000 Pa เพื่อป้องกันไม่ให้ควันและเปลวไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น

Antifires นำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับความต้องการเหล่านี้:

  • ระบบประตูและหน้าต่างโครงเหล็ก: ใช้ โครงเหล็ก G.M.S. ที่มีความแข็งแรงสูง พร้อมติดตั้ง ซีลกันไฟชนิดพองตัว (Intumescent fire seal) เพื่อปิดช่องว่างระหว่างบานประตูและกรอบเมื่อเกิดความร้อนสูง
  • กระจกหลายชั้นประสิทธิภาพสูง: เช่น กระจกหนา 26 มม. สำหรับบานประตู ซึ่งให้ค่า Integrity สูงถึง 90 นาที และ Insulation 68 นาที หรือกระจกหนา 50/54 มม. ที่ให้ค่า EI 120 สำหรับผนังฉากกั้นขนาดใหญ่
  • การติดตั้งที่แม่นยำ: การเว้น ช่องว่างสำหรับการขยายตัว (Expansion gap) ขนาด 3-5 มม. และอุดด้วย เซรามิกไฟเบอร์ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบสามารถเคลื่อนตัวได้เมื่อโครงสร้างอาคารขยายตัวจากความร้อน โดยไม่สูญเสียความสามารถในการกันไฟ

สำหรับโครงการที่ต้องการโซลูชันเฉพาะทาง เช่น ประตูกันไฟขนาดใหญ่หรือหน้าต่างกันไฟสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง Antifires สามารถออกแบบและผลิตตามความต้องการของโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะการใช้งานจริงในกรุงเทพฯ

การสนับสนุนทางเทคนิคเฉพาะพื้นที่และการรับรองแบบเร่งด่วนของ Antifires สำหรับกรุงเทพฯ

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันสูงและต้องการความรวดเร็ว Antifires จึงมี การสนับสนุนทางเทคนิคเฉพาะพื้นที่ (Localized Technical Support) โดยทีมงานวิศวกรและช่างเทคนิคที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและดำเนินการตรวจสอบหน้างาน (On-site Glazing Audit) เพื่อประเมินสภาพโครงสร้างและแนะนำระบบที่เหมาะสมที่สุด

บริการที่ Antifires มอบให้แก่โครงการในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย:

  • เอกสารภาษาไทย: ใบรับรองผลการทดสอบ (Test Report) และคู่มือการติดตั้งทั้งหมดได้รับการแปลและจัดทำเป็นภาษาไทย เพื่อความสะดวกในการยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่น
  • การส่งมอบแบบเร่งด่วน: ด้วยคลังสินค้าในประเทศไทย ทำให้ระยะเวลาในการจัดส่ง (Lead Time) สำหรับประตูกันไฟและกระจกกันไฟรุ่นมาตรฐานลดลงถึง 40% เมื่อเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศ
  • การสนับสนุนการรับรอง: Antifires ช่วยเหลือในการประสานงานกับหน่วยทดสอบบุคคลที่สาม (Third-party) เพื่อเร่งกระบวนการออกใบรับรองสำหรับโครงการเฉพาะ หรือสำหรับโครงการปรับปรุงอาคาร (Renovation) ที่ต้องการเปลี่ยนวัสดุเดิมให้เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบัน

ด้วยบริการเหล่านี้ Antifires จึงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการในกรุงเทพฯ ที่ต้องการโซลูชันกระจกกันไฟที่ทั้งมีประสิทธิภาพสูงและได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขอใบเสนอราคา

กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อติดต่อเรา

click

Frequently Asked Questions (FAQ)

ใช่ กระจกกันไฟของ Antifires ได้รับการออกแบบและทดสอบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และ กฎกระทรวงฉบับที่ 55 ของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ของเราผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล เช่น BS 476 Part 22 และ EN 1634-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่หน่วยงานตรวจสอบอาคารในกรุงเทพฯ ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาคารสูงที่ต้องการการทนไฟระดับ 60 ถึง 120 นาทีในพื้นที่หนีไฟและปล่องบันไดหนีไฟ Antifires มีเอกสารรับรองและรายงานผลการทดสอบที่สามารถยื่นต่อสำนักงานเขตเพื่อขออนุญาตก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารได้

สำหรับฉากกั้นทางเดินในโรงแรมในกรุงเทพฯ ระดับ EI 60 (Integrity + Insulation 60 นาที) เป็นที่ต้องการมากที่สุด เนื่องจากเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาคารสำหรับพื้นที่ส่วนกลางและเส้นทางหนีไฟในอาคารสูง ระบบ EI 60 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทั้งเปลวไฟและความร้อนจะไม่สามารถแพร่กระจายจากห้องพักไปยังทางเดินได้เป็นเวลาอย่างน้อย 60 นาที ซึ่งเพียงพอต่อการอพยพผู้เข้าพักและผู้ใช้อาคาร อย่างไรก็ตาม ในบางโครงการที่ต้องการมาตรฐานสูงเป็นพิเศษ เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาว อาจเลือกใช้ระบบ EI 90 หรือ EI 120 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจ

Antifires มีทีมงานวิศวกรและช่างเทคนิคที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ซึ่งสามารถให้การสนับสนุนการติดตั้งในสถานที่ (On-site Installation Support) อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การตรวจสอบหน้างาน การให้คำแนะนำในการติดตั้งตามมาตรฐานที่กำหนด ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพหลังการติดตั้ง สำหรับการรับรองในท้องถิ่น Antifires จัดเตรียมเอกสารภาษาไทยที่ครบถ้วน รวมถึงรายงานผลการทดสอบ (Test Report) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง และใบรับรองผลิตภัณฑ์ (Certificate) ซึ่งสามารถนำไปใช้ยื่นต่อสำนักงานเขตเพื่อขออนุญาตปรับปรุงอาคาร (Renovation) ได้อย่างราบรื่น ลดความยุ่งยากและความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการขออนุญาต