การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารกรุงเทพฯ สำหรับระบบกระจกกันไฟ
ระบบกระจกกันไฟที่ใช้ในโครงการกรุงเทพฯ จำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้อาคารสูงต้องมีวัสดุที่ทนไฟได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในเส้นทางหนีไฟและพื้นที่เสี่ยงภัย มาตรฐานการทดสอบที่ Antifires ใช้อ้างอิง เช่น BS 476 Part 22 และ EN 1634-1 ได้รับการยอมรับจากวิศวกรและหน่วยงานตรวจสอบอาคารในประเทศไทยว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่เชื่อถือได้
การเลือกใช้ระบบกระจกกันไฟที่ถูกต้องต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
- ระยะเวลาการทนไฟ: อาคารสูงในกรุงเทพฯ มักต้องการการทนไฟระดับ 60 นาที (E60) สำหรับพื้นที่ทั่วไป และ 90 ถึง 120 นาที (E120) สำหรับปล่องบันไดหนีไฟหรือพื้นที่เก็บของเสี่ยงภัย
- ประเภทของระบบ: ระบบกระจกกันไฟมีทั้งแบบ Integrity Only (E) ซึ่งป้องกันเปลวไฟและก๊าซร้อน และแบบ Integrity + Insulation (EI) ซึ่งเพิ่มความสามารถในการป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่ผ่านไปยังอีกด้านหนึ่ง
- การติดตั้งกับโครงสร้าง: การใช้โครงเหล็ก G.M.S. hollow steel sections ร่วมกับ ฉนวนเซรามิกไฟเบอร์ (Ceramic wool) ความหนาแน่น 210 kg/m³ และ ซีลกันไฟชนิดพองตัว (Intumescent fire seal) ขนาด 20mm x 4mm เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Antifires มีโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบกระจกชั้นเดียวสำหรับประตู ไปจนถึงระบบกระจกหลายชั้นสำหรับผนังและฉากกั้นขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลและพร้อมรองรับการใช้งานในโครงการพาณิชย์ของกรุงเทพฯ
การเลือกระดับ Integrity และ Insulation ของกระจกกันไฟสำหรับสภาพอากาศชื้นในกรุงเทพฯ
สภาพอากาศแบบร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 35°C และความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% เป็นปัจจัยท้าทายต่อประสิทธิภาพของกระจกกันไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ความเครียดจากความร้อน (Thermal Stress) และการเกิด หยดน้ำ (Condensation) บนพื้นผิวกระจก ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นและความทนทานของระบบในระยะยาว
การเลือกระดับ Integrity (E) และ Insulation (I) ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ:
| ระดับการทนไฟ | คุณสมบัติหลัก | การประยุกต์ใช้ในกรุงเทพฯ |
| EI 30 | กันไฟและกันความร้อน 30 นาที | ฉากกั้นภายในสำนักงาน พื้นที่พักอาศัยขนาดเล็ก |
| EI 60 | กันไฟและกันความร้อน 60 นาที | ทางเดินในโรงแรม ฉากกั้นระหว่างห้องชุด และพื้นที่ส่วนกลาง |
| EI 120 | กันไฟและกันความร้อน 120 นาที | ปล่องบันไดหนีไฟ ผนังห้องเครื่อง ระบบป้องกันอัคคีภัยหลัก |
Antifires นำเสนอผลิตภัณฑ์กระจกนิรภัยหลายชั้น เช่น กระจก FPOS 21 มม. และ กระจกประสิทธิภาพสูง 50/54 มม. ซึ่งมีค่าการนำความร้อนต่ำ (Low U-value) และออกแบบมาเพื่อทนทานต่อสภาวะอากาศชื้นของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ กระจกของ Antifires ยังผ่านการทดสอบการกันความร้อน (Insulation) โดยมีอุณหภูมิด้านที่ไม่โดนไฟเพิ่มขึ้นไม่เกิน 140°C โดยเฉลี่ย ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล
ความต้องการทางวิศวกรรมฉากกั้นไฟสำหรับโครงการมิกซ์ยูสและโรงแรมในกรุงเทพฯ
โครงการมิกซ์ยูสบนถนนสุขุมวิทและโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยามักมีข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การแบ่งเขตกันไฟ (Fire Compartmentation) ระหว่างห้องพัก ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง ระบบฉากกั้นไฟในโครงการเหล่านี้ต้องสามารถทนต่อแรงดันลบหรือบวกที่เกิดขึ้นระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งอาจสูงถึง 2000 Pa เพื่อป้องกันไม่ให้ควันและเปลวไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น
Antifires นำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับความต้องการเหล่านี้:
- ระบบประตูและหน้าต่างโครงเหล็ก: ใช้ โครงเหล็ก G.M.S. ที่มีความแข็งแรงสูง พร้อมติดตั้ง ซีลกันไฟชนิดพองตัว (Intumescent fire seal) เพื่อปิดช่องว่างระหว่างบานประตูและกรอบเมื่อเกิดความร้อนสูง
- กระจกหลายชั้นประสิทธิภาพสูง: เช่น กระจกหนา 26 มม. สำหรับบานประตู ซึ่งให้ค่า Integrity สูงถึง 90 นาที และ Insulation 68 นาที หรือกระจกหนา 50/54 มม. ที่ให้ค่า EI 120 สำหรับผนังฉากกั้นขนาดใหญ่
- การติดตั้งที่แม่นยำ: การเว้น ช่องว่างสำหรับการขยายตัว (Expansion gap) ขนาด 3-5 มม. และอุดด้วย เซรามิกไฟเบอร์ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบสามารถเคลื่อนตัวได้เมื่อโครงสร้างอาคารขยายตัวจากความร้อน โดยไม่สูญเสียความสามารถในการกันไฟ
สำหรับโครงการที่ต้องการโซลูชันเฉพาะทาง เช่น ประตูกันไฟขนาดใหญ่หรือหน้าต่างกันไฟสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง Antifires สามารถออกแบบและผลิตตามความต้องการของโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะการใช้งานจริงในกรุงเทพฯ
การสนับสนุนทางเทคนิคเฉพาะพื้นที่และการรับรองแบบเร่งด่วนของ Antifires สำหรับกรุงเทพฯ
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันสูงและต้องการความรวดเร็ว Antifires จึงมี การสนับสนุนทางเทคนิคเฉพาะพื้นที่ (Localized Technical Support) โดยทีมงานวิศวกรและช่างเทคนิคที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและดำเนินการตรวจสอบหน้างาน (On-site Glazing Audit) เพื่อประเมินสภาพโครงสร้างและแนะนำระบบที่เหมาะสมที่สุด
บริการที่ Antifires มอบให้แก่โครงการในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย:
- เอกสารภาษาไทย: ใบรับรองผลการทดสอบ (Test Report) และคู่มือการติดตั้งทั้งหมดได้รับการแปลและจัดทำเป็นภาษาไทย เพื่อความสะดวกในการยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่น
- การส่งมอบแบบเร่งด่วน: ด้วยคลังสินค้าในประเทศไทย ทำให้ระยะเวลาในการจัดส่ง (Lead Time) สำหรับประตูกันไฟและกระจกกันไฟรุ่นมาตรฐานลดลงถึง 40% เมื่อเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศ
- การสนับสนุนการรับรอง: Antifires ช่วยเหลือในการประสานงานกับหน่วยทดสอบบุคคลที่สาม (Third-party) เพื่อเร่งกระบวนการออกใบรับรองสำหรับโครงการเฉพาะ หรือสำหรับโครงการปรับปรุงอาคาร (Renovation) ที่ต้องการเปลี่ยนวัสดุเดิมให้เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบัน
ด้วยบริการเหล่านี้ Antifires จึงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการในกรุงเทพฯ ที่ต้องการโซลูชันกระจกกันไฟที่ทั้งมีประสิทธิภาพสูงและได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย