กระจกกันไฟที่ได้รับการรับรองสำหรับความปลอดภัยของอาคารในเชียงใหม่

ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของภาคเหนือ เมืองเชียงใหม่มีการเติบโตของโครงการก่อสร้างทั้งโรงแรม อาคารพาณิชย์ และสถานพยาบาลอย่างต่อเนื่อง การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยในอาคารจึงเป็นสิ่งจำเป็นภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 ซึ่งกำหนดให้อาคารสูงและอาคารที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นต้องติดตั้งวัสดุที่สามารถต้านทานการลุกลามของไฟได้ โดยเฉพาะในส่วนของช่องเปิด เช่น ประตู หน้าต่าง และฉากกั้นที่ทำจากกระจก

Antifires นำเสนอโซลูชันกระจกกันไฟที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล เช่น BS 476 Part 22 และ BS EN 1634-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่หน่วยงานท้องถิ่นในเชียงใหม่ยอมรับและอ้างอิงในการตรวจรับงาน ผลิตภัณฑ์ของ Antifires ไม่เพียงตอบสนองข้อกำหนดด้านความสมบูรณ์ของเปลวไฟ (Integrity - E) แต่ยังรวมถึงการเป็นฉนวนกันความร้อน (Insulation - I) เพื่อป้องกันการถ่ายเทอุณหภูมิไปยังพื้นที่ปลอดภัย

การปฏิบัติตามกฎหมายไทยไม่ได้เป็นเพียงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการติดตั้งที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม วิศวกรและผู้รับเหมาในเชียงใหม่สามารถอ้างอิงข้อมูลทางเทคนิคจาก Antifires ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของ กรมโยธาธิการและผังเมือง (DPT) เพื่อใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบป้องกันอัคคีภัยของโครงการมีมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอัคคีภัยของอาคารในเชียงใหม่ภายใต้กฎหมายไทย

ข้อบังคับด้านอัคคีภัยของอาคารในเชียงใหม่มีรากฐานจากกฎหมายระดับประเทศ ซึ่งกำหนดให้อาคารสาธารณะและอาคารชุดต้องมีวัสดุที่สามารถหน่วงการติดไฟได้ในระยะเวลาที่กำหนด มาตรฐานที่ใช้บังคับมักอ้างอิงถึงการทดสอบตาม BS 476 Part 22 และ AS1530.4 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของระบบกระจกกันไฟ

สำหรับโครงการในเชียงใหม่ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานเหล่านี้ถือเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ระบบกระจกกันไฟของ Antifires ผ่านการทดสอบในเตาเผาจริง โดยมีพารามิเตอร์ควบคุม เช่น อุณหภูมิแวดล้อมระหว่างการทดสอบที่ 27°C ถึง 36°C และความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% ซึ่งสะท้อนถึงสภาพอากาศจริงในพื้นที่ ทำให้ข้อมูลการรับรองมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้เป็นหลักฐานทางเทคนิคสำหรับวิศวกรโยธาในการออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคาร

การเลือกระดับกระจกกันไฟและสมรรถนะทางเทคนิคสำหรับสภาพอากาศเชียงใหม่

สภาพอากาศแบบร้อนชื้นของเชียงใหม่ ซึ่งมีทั้งฤดูร้อนและฤดูฝนที่ยาวนาน ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้วัสดุ โดยเฉพาะกระจกที่ต้องทนทานต่อการขยายตัวและหดตัวจากความร้อนและความชื้น กระจกกันไฟของ Antifires ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างแบบหลายชั้น เช่น ระบบ 26 มม. ที่ประกอบด้วยกระจกนิรภัยและเจลกันไฟ ซึ่งให้ทั้งค่าความสมบูรณ์ของเปลวไฟ (Integrity) และค่าฉนวนกันความร้อน (Insulation) ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน BS EN 1364-1

การเลือกใช้เกรดที่เหมาะสม เช่น เกรด EI60 หรือ EI120 ขึ้นอยู่กับประเภทของอาคารและตำแหน่งที่ติดตั้ง สำหรับพื้นที่เช่นทางหนีไฟหรือล็อบบี้ของโรงแรมในเชียงใหม่ วิศวกรสามารถเลือกใช้ระบบกระจกที่มีค่าฉนวนกันความร้อนเพื่อป้องกันการแผ่รังสีความร้อน (Radiation - W) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้อาคารมีเวลาอพยพได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยระบบ 50 มม. หรือ 54 มม. ของ Antifires สามารถรักษาค่าฉนวนได้นานถึง 120 นาที เหมาะสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด

ความต้องการโครงการวิศวกรรมและสถานการณ์การใช้งานอาคารในเชียงใหม่

เชียงใหม่กำลังเผชิญกับการขยายตัวของโครงการประเภท โรงแรมบูติก โรงพยาบาลเอกชน และศูนย์การค้าขนาดกลาง ซึ่งล้วนมีความต้องการระบบกระจกกันไฟที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ในส่วนของบันไดหนีไฟและทางเดินเชื่อมต่อ (Escape Routes) จำเป็นต้องใช้กระจกที่รักษาความสมบูรณ์ของเปลวไฟได้นานอย่างน้อย 60 ถึง 90 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางอพยพยังคงปลอดภัย

นอกจากนี้ อาคารในเขตเมืองเก่าหรืออาคารที่ต้องการรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเชียงใหม่ มักมีข้อจำกัดด้านน้ำหนักและโครงสร้าง การออกแบบระบบหน้าต่างกันไฟและฉากกั้นแบบเฉพาะจึงเป็นสิ่งจำเป็น Antifires นำเสนอโซลูชันที่สามารถปรับแต่งขนาดและรูปแบบกรอบได้ โดยใช้โครงสร้างเหล็กกล่อง G.M.S. และซีลกันไฟชนิดพิเศษ เพื่อให้เข้ากับสไตล์อาคารโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้รับเหมาและสถาปนิกในพื้นที่ให้ความสำคัญ

เหตุใดวิศวกรและสถาปนิกในเชียงใหม่จึงเลือก Antifires สำหรับผลิตภัณฑ์กันไฟ

ความไว้วางใจที่วิศวกรและสถาปนิกในเชียงใหม่มีต่อ Antifires เกิดจากความสม่ำเสมอในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ตรงจุด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ Antifires มาพร้อมกับเอกสารการทดสอบที่ครบถ้วนตามมาตรฐาน BS EN 1634-1 และ ASTM E119 ซึ่งสามารถนำไปใช้ยื่นต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขออนุมัติแบบก่อสร้างได้ทันที

นอกจากนี้ Antifires ยังมีทีมงานที่เข้าใจข้อกำหนดของกฎหมายอาคารไทยและสามารถให้คำปรึกษาในการเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับงบประมาณและข้อจำกัดของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการปรับปรุงอาคารเก่าในย่านนิมมานเหมินท์ หรือโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ด้วยระยะเวลาการผลิตที่สั้นและการสนับสนุนหลังการขายที่รวดเร็ว ทำให้ Antifires เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่

ขอใบเสนอราคา

กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อติดต่อเรา

click

Frequently Asked Questions (FAQ)

Antifires นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ E60, E90, E120 (เฉพาะความสมบูรณ์ของเปลวไฟ) ไปจนถึงระดับ EI30, EI60, EI120 (ความสมบูรณ์ของเปลวไฟรวมกับฉนวนกันความร้อน) และ EW120 (ควบคุมการแผ่รังสี) การรับรองทั้งหมดอ้างอิงจากมาตรฐาน BS 476 Part 22 และ BS EN 1634-1 ซึ่งเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานควบคุมอาคารในประเทศไทย เอกสารการทดสอบสามารถจัดเตรียมให้เพื่อประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

กระจกกันไฟของ Antifires ถูกทดสอบภายใต้สภาวะที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% และอุณหภูมิแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับสภาพอากาศของเชียงใหม่ โครงสร้างกระจกแบบหลายชั้นที่ใช้เจลกันไฟชนิดพิเศษ (Intumescent Gel) ไม่เพียงแต่ให้ประสิทธิภาพในการกันไฟเท่านั้น แต่ยังมีความเสถียรทางความร้อนและทนทานต่อรังสียูวี ซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพหรือการเปลี่ยนสีเมื่อใช้งานในระยะยาว ระบบซีลและกรอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะยังช่วยป้องกันความชื้นซึมผ่าน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น

ได้ Antifires มีความเชี่ยวชาญในการผลิตระบบหน้าต่างและประตูกันไฟแบบเฉพาะ (Custom-made) เพื่อให้เข้ากับสถาปัตยกรรมของอาคารมรดกทางวัฒนธรรมในเชียงใหม่ โดยสามารถปรับเปลี่ยนขนาด ความหนาของกรอบ และรูปแบบการเปิดได้ โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการกันไฟตามมาตรฐาน BS 476 Part 22 การออกแบบจะคำนึงถึงน้ำหนักที่โครงสร้างเดิมรับได้ และใช้วัสดุซีลกันไฟที่เหมาะสมเพื่อให้การติดตั้งไม่ทำลายองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคาร